Posted on

หลวงปู่ลอง วัดวิเวกวายุพัด พระนครศรีอยุธยา

หลวงปู่ลอง วัดวิเวกวายุพัด พระนครศรีอยุธยา
พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ มีพระเกจิคณาจารย์ที่ทรงธรรมขั้นสูง ดำรงชีวิตด้วยความเมตตากรุณา เป็น ที่พึ่งทางใจของชาวพุทธมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวง พ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงปู่ดู่ วัดสะแก, หลวง ปู่เทียม วัดกษัตราธิราช และอีกมากมาย

ล่วงสมัยกาลปัจจุบัน พระนครศรี อยุธยาก็มีพระเกจิอาจารย์เรืองนาม หลายรูป

“หลวงปู่ลอง สิริธโร” พระเกจิอาจารย์แห่งวัดวิเวกวายุพัด ต.หนองจิก อ.บาง ปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เป็นหนึ่ง ในนั้น

ปัจจุบัน สิริอายุ 86 ปี เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ท่านเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่พริ้ง อินทโชติ วัดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ พระอาจารย์องค์หนึ่งของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยอยู่ปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดที่วัดบางปะกอก จนกระทั่งหลวงปู่พริ้งสิ้นบุญ

มีนามเดิม “ประลอง วรรณสว่าง” เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2474 ปีมะแม ที่บ้านบางปะกอก ต.บางปะกอก อ.ราษฎร์บูรณะ จ.ธนบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา แต่ค่อนข้างมีฐานะดีและมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนา เนื่องจากปู่ของท่าน(หลวงปู่พริ้ง อินทโชติ วัดบางปะกอก พระเกจิชื่อดังยุคอินโดจีน) เอ็นดูเป็นพิเศษ จึงบวชเณรให้ตั้งแต่วัยเด็ก ได้รับการปลูกฝังให้อยู่ในร่มธรรม มีโอกาสได้ฟังธรรมและศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทย-บาลี จนแตกฉาน

ประกอบกับเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงฝึกฝนทางด้านนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งเรียนด้านวิทยาคมเพิ่มเติมจากหลวงปู่พริ้งจนหมด

ด้วยความสนใจศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมมาตั้งแต่เป็นสามเณร สำนักใดมีชื่อเสียงในขณะนั้น ท่านจะไปศึกษาและออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ มีโอกาสเข้ากราบพบหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด จึงฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาต่างๆ จนปฏิบัติได้จริง

ต่อมาได้ลาสิกขา ออกไปเป็นทหาร

พ.ศ.2510 เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบางปะกอก มี พระครูโอภาสศีลคุณ วัดบางปะกอก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวินัยธรทองใบ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์แขม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “สิริธโร”

ด้วยความมานะพากเพียรและมุ่งมั่น ทำให้ท่านมีชื่อเสียงด้านวิทยาคมและวิชาแพทย์แผนโบราณ นำมาสงเคราะห์ชาวบ้านในสมัยนั้น

จากนั้นออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้อยู่ ที่ใดที่หนึ่งนานๆ กระทั่งรับนิมนต์มาอยู่จำพรรษาวัดวิเวกวายุพัด โดยจำวัดอยู่ข้างเมรุ ซึ่งสภาพวัดสมัยนั้นเงียบสงบ เหมาะต่อการปฏิบัติธรรม

ต่อมาเล็งเห็นว่าเสนาสนะภายในวัดวิเวกวายุพัดชำรุดทรุดโทรม ควรได้รับการบูรณะ จึงเริ่มสร้างวัตถุมงคลของขลังให้ญาติโยม ร่วมทำบุญ

สำหรับวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม อาทิ นกเรียกเงิน, ลูกเสน่ห์, เหรียญต่อเส้นวาสนา(เหรียญรุ่นแรก), พระปิดตามหากาฬ, พระขุนแผนพรายเนื้อหอม, ลูกอมกสิณ ๙ ไตรมาส, ผ้ายันต์พญา ปูหนีบทรัพย์, พระสมเด็จเจ็ดชั้น, พระคง, พระสิบสอง พระสะดุ้งกลับหน้าขุนแผน ฯลฯ

แม้วัตถุมงคลของหลวงปู่ลองจะได้รับความนิยมจากบรรดาสานุศิษย์ เนื่องจากมีประสบการณ์ แต่ท่านก็ไม่เคยโอ้อวด ตรงกันข้ามกลับพร่ำสอนให้ญาติโยมดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท โดยเน้นย้ำเสมอว่า “สิ่งมงคลย่อมบังเกิดผลดีแก่ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบและเชื่อมั่นศรัทธาเป็นที่ตั้ง แม้จะมีของดีมากมาย แต่ทุกคนก็หนีความตายไม่พ้น”

แม้วัยล่วงเข้า 87 ปีแล้ว แต่ท่านยังปฏิบัติกิจสงฆ์อย่างไม่บกพร่อง ตื่นแต่เช้า กวาดลานวัด ทำงาน ฉันมื้อเดียว ยามว่าง นั่งสมาธิภาวนาวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นประจำ

ท่านนำวิชาความรู้ด้านวิทยาคม เป็นกุศโลบายสำคัญในการอบรมสั่งสอนศีลธรรมให้ประชาชนทั่วไป ยึดหลักธรรมคำสอนตามแนวทางของพระพุทธศาสนา เป็นวิถีสำคัญในการประพฤติปฏิบัติธรรมและเข้าถึงธรรมะได้อย่างง่าย
ที่มา https://www.khaosod.co.th/amulets/news_403571