Posted on

รายชื่อพระอรหันต์

รายชื่อพระอรหันต์จากพระธรรมเทศฯองค์หลวงตาพระมหาบัว
รายชื่อพระอรหันต์
*** ที่เอามาลงไว้ไม่ใช่เพื่อเป็นการปรามาสแต่ประการใดค่ะ
เผื่อท่านใดอาศัยอยู่ใกล้ๆวัดที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ท่านจะได้เข้าไปกราบพระอรหันต์ได้ค่ะ
อริยสงฆ์ที่ยังดำรงขันธ์อยู่..ที่หลวงตามหาบัว…กล่าวว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลก..

พระอริยสงฆ์ที่องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (พระอรหันต์แห่งประวัติชาติไทยองค์ปัจจุบัน แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ) ได้กล่าวถึงว่าท่านเหล่านี้ได้ปฏิบัติธรรมจนสามารถทำจิตให้บริสุทธิ์, และหมดแห่งกิจที่ควรทำแล้ว ก็จะมีครูบาอาจารย์ต่างๆในสายพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นมากมาย ที่ท่านหลวงตามหาบัวได้กล่าวถึงประจำ แต่ในบางครั้งท่านเหล่านั้นจะไม่พูดว่าได้ขั้นไหน ๆ แล้วเพราะท่านอาจจะมองเห็นปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น คนมารุมตอม.ไม่เว้นแต่ละวันทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน

ยกตัวอย่างเหตุกาณ์ ในวันนั้นที่ข้าพเจ้าถามพระเถระพระป่า (ไม่ขอเอ่ยนามท่าน) ข้าพเจ้าถามว่า…..ดังนี้

หลวงปู่เป็นพระอรหันต์หรอค่ะ….
ท่านก็จะตอบว่า……….ดูเอานี่ไงหันซ้ายหันขวา..
แล้วท่านก็…..จะทำท่าหันไปข้างซ้าย…หันไปข้างขวาให้เราดู…
คนถามก็จะอดหัวเราะไปกับท่านไม่ได้ค่ะ……..

แล้วท่านก็เมตตาบอกว่า….ไม่สำคัญที่จะไปถามว่าพระรูปไหนสำเร็จอะไร เราจะไปกังวลถามทำไม….เราปฏิบัติเองเรารู้เอง..ไม่ต้องถามคนอื่น…

ทิ้งท้ายท่านเมตตาบอกว่า
แต่บุญที่ทำกับพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสนั้นได้กุศลมากเลยทีเดียวนะ….

เหตุกาณ์หนึ่งที่ผู้เขียนได้รับฟังมาจากหูโดยตรง….จากพระธรรมเทศฯองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ท่านได้รับรองว่าท่านนั้น ท่านนี้เป็นพระอริยบุคคลหมดกิเลส หลายรูปค่ะ
ผู้เขียนจึงอดที่จะเอาเอาเทศนาของหลวงตามหาบัว นั้น มาให้ผู้อ่านรู้ด้วยไม่ได้ค่ะ เพราะเข้าใจว่าวันนี้หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบเรื่องนี้ จึงขอเรียนให้ท่านทราบดีงนี้ค่ะ

“พระหมดกิเลสในสายหลวงปู่มั่น นี้ก็ไม่ใช่น้อย แต่ท่านไม่เปล่งบอกใครเพราะเกี่ยวกับอรรถกับธรรมเห็นธรรมดีเลิศกว่า แต่ที่เราบอกเราก็ไม่ได้อวดอุตริ ใดๆ ทั้งสิ้น จริงคือจริงไม่มีปิดบัง ไม่สงสัยในธรรม ใครจะเอาตำราไหนมาอ้าง ก็ให้มันเอามาได้เลย ที่วัดป่าบ้านตาด ดราไม่สะทกสะเทือน จะชี้แจงแถลงไขให้เข้าใจเอง เอ้าเชิญมา…..”
(ที่ได้ฟังท่านเปรย ๆ มาก็พอจับใจความมาว่าท่านไหนได้แล้ว…เสียดายที่ไม่ได้อัดเทบไว้ค่ะ)

และนี่ก็คือท่านเปรยว่าล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยสงฆ์เนื้อนาบุญของโลกเลยทีเดียว

ท่านบอกว่า
1.ท่านอาจารย์เจี๊ยะ จุนโท (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดป่าภูริทัตปฏิปทาราม อ.สามโคก จ.ประทุมธานี

2.หลวงปู่ลี กุสลธโร
วัดภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

3.หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร
วัดป่าประชาชุมพลพัฒนาราม อ.เมือง จ.อุดรธานี

4.หลวงปู่ขาล ฐานวโร (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดป่าบ้านเหล่า อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย

5.พระอาจารย์แบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร

6.หลวงปู่หลวง กตปุญโญ (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดคีรีสุบรรพต จ.ลำปาง

7.อาจารย์เหรียญ วรลาโภ (มรณภาพแล้วยังไม่ประชุมเพลิง)
วัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

8.อาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย (มรณภาพแล้วยังไม่ประชุมเพลิง)
วัดเขาสุกิม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

9.หลวงปู่หลอด ประโมทิโต
วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

10.หลวงปู่มหาเนียม สุวโจ
วัดเจริญสมณกิจ (หลังศาลภูเก็ต ) อ.เมือง จ.ภูเก็ต

11.หลวงปู่มหาเจิม ปัญญาพโล
วัดสระมงคล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

12.หลวงปู่ศรี มหาวีโร
วัดประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด

13.พระอาจารย์สายทอง เตชธัมโม
วัดป่าห้วยกุ่ม (ใกล้เขื่อนจุฬาภรณ์ ) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

14.หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป
วัดป่าประทีปปุญญาราม อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร

15.พระอาจารย์ประสิทธิ์ ปุญมากโร
วัดป่าหมู่ใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

16.พระอาจารย์เลี่ยม ฐิตธัมโม
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

17.หลวงปู่ทา จารุธัมโม
วัดถ้ำซับมืด จ.นครราชสีมา

18.พระอาจารย์เพียร วิริโย
วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

19.อาจารย์สาย เขมธัมโม
วัดป่าพรหมวิหาร อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

20.อาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
วัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

21.หลวงปู่วิริยังค์ สิรินธโร
วัดธรรมมงคล เขตพระโขนง จ.กรุงเทพมหานคร

22.อาจารย์พวง สุขินทริโย
วัดศรีธรรมมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร

23.หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต
วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

24.หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม
วัดป่าโชคไพศาล อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร

25.หลวงปู่บุญหนา ธัมทินโน
วัดป่าโสตถิผล อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

26.หลวงปุ่บุญพิน กตปุญโญ
วัดผาเทพนิมิตร อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร

27.หลวงปู่ลี ฐิตธัมโม (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดเหสลึก อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

28.หลวงปู่แปลง สุนทโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

29.หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดป่าสันติกาวาส อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี

30.หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป
วัดโพธิ์สมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี

31.พระอาจารย์ท่อน ญาณธโร
วัดศรีอภัยวัน อ.เมือง จ.เลย

32.พระอาจารย์อุ่นหล้า ฐิตธัมโม
วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

33.พระอาจารย์คำบ่อ ฐิตปัญโญ
วัดใหม่บ้านตาล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

34.พระอาจารย์อุทัย สิรินธโร
วัดถ้ำพระ อ.เซกา จ.หนองคาย

35.หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต
สำนักสงฆ์สวนทิพย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

36.พระอาจรย์วิไล เขมิโย
วัดถ้ำพณาช้างเผือก อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

37.หลวงปู่จันทา ถาวโร
วัดป่าเขาน้อย อ.วังทรายพูล จ.พิจิตร

38.อาจารย์อ่ำ ธัมกาโม
วัดธุดงคสถานสันติวรญาณ อ.วังโป่ง จ.เพรชบูรณ์

39.หลวงปู่ถวิล
จ.อุดรธานี (ไม่ทราบที่อยู่และฉายาท่าน)

40.อาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสโก
วัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี

41.อาจารย์วันชัย วิจิตโต
วัดภูสังโฆ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

42.หลวงปู่มี (เกล้า) ประมุตโต
วัดดอยเทพนิมิตร (วัดถ้ำเกีย ) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

43.อาจารย์เสน ปัญญาธโร
วัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

44.อาจารย์คำแพง อัตสันโต
วัดป่าหนองวัวซอ (วัดบุญญานุสรณ์ ) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

45.พระอาจารย์ปัญญาวัฒโท (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

42.หลวงปู่มี (เกล้า) ประมุตโต
วัดดอยเทพนิมิตร (วัดถ้ำเกีย ) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

43.อาจารย์เสน ปัญญาธโร
วัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

44.อาจารย์คำแพง อัตสันโต
วัดป่าหนองวัวซอ (วัดบุญญานุสรณ์ ) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

45.พระอาจารย์ปัญญาวัฒโท (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

46.ท่านฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมญาณ ) (ท่านมรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ )
วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
(หลวงปู่สิม เคยปรารภให้อาจารย์มหาบัวฟัง)

47.หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก
จ.สุพรรณบุรี

48.หลวงปู่วัดพระพุทธบาทตากผ้า
(อันนี้หนังสือไม่ชัดครับเล่มนี้เก่ามากครับ )

49.พระอาจารย์มหาโส กัสโป
วัดป่าคำแคนเหนือ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

50.หลวงปู่คำฟอง เขมจาโร (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดกุดเรือคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร

51.หลวงปู่บุญเพ็ง กัปโป
วัดป่าวิเวกธรรม (วัดป่าช้าเหล่างา) อ.เมือง จ.ขอนแก่น

52.หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ
วัดเกาะแก้วะดงคสถาน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์

53.คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
สำนักชีบ้านห้สยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

54.พระอาจารย์ทุย (ปรีดา) ฉันทกโร
วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย

55.พระอาจารย์สรวง สิริปุญโญ
วัด่าศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

56.พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ

วัดป่ามณีกาญจ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ประวัติ

57.พระอาจารย์จันทร์โสม กิตติกาโม
วัดป่านาสีดา อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

58.พระอาจารย์แยง สุขกาโม
วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย

59.หลวงปู่แฟ็บ สุภัทโท
วัดป่าดงหวาย อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร

60.พระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร
วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิตร อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

61.หลวงปู่ผาง โกสโล
วัดภูหินแตก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

62.หลวงปู่หล้า เขมปัตโต (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดบนนพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร

63.ท่านพระอาจารย์สิงทอง ธัมวโร (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

64.หลวงปู่อ่อนศรี ฐานวโร
วัดถ้ำประทุน ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

65.หลวงปู่ต้น สุทธิกาโม
วัดบึงพลาราม ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

66.หลวงปู่สมศักดิ์ ปัณฑิโต
วัดบูรพาราม ( วัดหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

67.หลวงปู่ทอง จันทสิริ
วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

68.หลวงปู่ทองใบ ปภสฺสโร
สำนักวิปัสสนาธุระ (ภูย่าอู่) บ.นาหลวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

69.หลวงปู่คูณ สุเมโธ
วัดป่าภูทอง ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

70.พระอาจารย์ฟัก สันติธัมโม
วัดพิชัยพัฒนาราม ( วัดป่าเขาน้อยสามผาน ) ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่
จ.จันทบุรี

71.หลวงปู่สุทัศน์ โกสโล
วัดกระโจมทอง ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

72.หลวงปู่อ้ม สุขกาโม
วัดภูผาผึ้ง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

73.ท่านพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม
วัดป่าหนองไผ่ ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร

74.ท่านพระอาจารย์หลอ นาถกโร
วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม ( วัดถ้ำพวง วัดพระอาจารย์วัน อุตโม ) อ.ส่องดาว
จ.สกลนคร

75.หลวงพ่อทองคำ กาญวันวัณโณ
วัดถ้ำบูชา อ.เซกา จ.หนองคาย

76.หลวงปู่ถิร ฐิตธัมโม (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ)
วัดทิพยรัฐนิมิตร (วัดป่าบ้านจิก) อ.เมือง จ.อุดรธานี

80.พระอาจารย์ทองอินทร์ กตปุญฺโญ
วัดป่ากุง (วัดป่าประชาคมวนาราม ) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด

81.หลวงปู่เผย วิริโย
วัดถ้ำผาปู่ ต.นาอ้อ จ.เลย

82.หลวงปู่คำพอง ขันติโก
วัดป่าอัมพวัน จ.เลย

83.หลวงปู่อว้าน เขมโก
วัดป่านาคนิมิตร อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร

84.ท่านพระอาจารย์วิชัย เขมิโย
วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย

85.พระอาจารย์บุญทัน ปุญทัตโต (ท่านเพิ่งจะมรณภาพ เดือน ธค.49 )
วัดป่าสามัคคีสันติธรรม อ.ฝาง จ.ขอนแก่น

86.หลวงปู่พิศดู ธรรมจารีย์
วัดเทพธารทอง ต.พลวง กิ่งอ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

87.หลวงปู่เนย สมจิตฺโต
วัดป่าโนนแสนคำ บ.ทุ่งคำ ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร

88. หลวงปู่สังข์ สังกิจโจ
วัดป่าพระอาจารย์ตื้อ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

89.ท่านพระอาจารย์อุทัย ธมฺมวโร
วัดภูย่าอู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

90.หลวงปู่ประสาร สุมโน
วัดป่าหนองไคร้ ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร
91. ท่านพระอธิการ ธรรมรัติ ธัมรโต (ท่านพ่อธรรมรัติ) เจ้าอาวาสวัดชากใหญ่ จ.จันทบุรี ทางไปแหลมสิงห์ ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น สายกรรมฐาน
92. หลวงปู่พิศดู มมะจารี วัดเทพธารทอง อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี – ศิษย์เอกหลวงปู่ลี ธัมมธโร องค์นี้เป็นพระอริยะสงฆ์แน่นอนเพราะเกศา เล็บ ฟัน ศิษย์นำไปบูชา เป็นพระธาตุ หลายคนแล้ว หรือแม้แต่พระเครื่องที่ไม่มีธาตุขันธ์ของท่านผสม แต่ผ่านการอธิษฐานจิตจากท่าน ยังมีพระธาตุเสด็จมาเกาะเลยครับ (อันนี้เห็นมากับตาตัวเองเลย) เห็นหลายท่านที่ส่วนใหญ่บูชาและเป็นผู้ปฏิบัติธรรม หลวงปู่พิศดูเป็นพระพิเศษ ที่ประกอบด้วยธรรมะและอภิญญาพร้อมด้วยคุณสมบัติต่างๆๆที่เหมือนปฏิสัมภิทา ผมไม่อาจจะกล่าววได้ว่าท่านใช้หรือไม่เพราะผมไม่ใช่พระพุทธเจ้าไม่สามารถพยากรณ์ได้ครับแต่องค์นึ้ผมอยากหใทกคนไปกล่าวแล้วจะรู้ว่า องค์นี่แหละปฏิสัมภิทา
93. หลวงปู่ละมัย สำนักสงฆ์สวนสมุนไพร จ.เพชรบูรณ์
องค์นี้ทราบมาจากครูบาอาจารย์หลายท่าน เมตตาบอกให้ว่าท่านเป็นพระอรหันต์ ทรงอภิญญา สูงส่งด้วยอิทธิฤทธิ์ และบุญฤทธิ์ พิศดารสุดจะพรรณา
94. หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต สวนทิพย์ นนทบุรี
หลวงปู่บุญฤทธิ์นี้ โดยท่านบอกประมาณว่า…”เคยไปหาองค์บุญฤทธิ์ไหม อยู่ไม่ไกลน่าจะไปหา องค์นี้ก็ไม่แพ้ใคร จิตท่านสะอาด ใสจริงๆ” ซึ่งพวกเราเพิ่งไปทำบุญมากันและอิ่มบุญกันทุกคน

ขออานิสงส์แห่งบุญนี้จงอภิบาลและดลบันดาลให้ผทุกๆท่านและครอบครัวของท่านทั้งหลาย จงประสบจตุรพิธพรชัยและสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ ไร้โรคภัยไข้เจ็บมีอายุมั่นขวัญยืน เป็นผู้ที่มีแต่ความร่ำรวยโภคทรัพย์มีอายุวัฒนะอยู่เย็นเป็นสุข

Posted on

การบรวงสรวง และเครื่องบวงสรวง


ขอขอบคุณต้นฉบับ
http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2524&page=2
http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=1210

ตอนนั้นมหาเอ (พระมหานันทวัฒน์ เขมธมฺโม)ท่านยังไม่ได้บวช ยังเป็นหมอเออยู่ ท่านก็เลยรีบศึกษาไว้ ก่อนที่จะโดนด่าอีก เพราะเครื่องบวงสรวงจะมีส่วนสำคัญอยู่สามสี่อย่าง

อย่างแรก คือ ต้นบายศรี ไม่ว่าเราจะทำบายศรีเป็นสีอะไรก็ตาม ให้ติดสีแดงไว้นิดหนึ่ง ถ้าไม่มีอะไรจะเอากลีบกุหลาบแดงติดยอดบายศรีก็ได้ ท่านบอกว่าสีแดงเป็นสีของท้าวมหาราชทั้ง ๔ ส่วนใหญ่ในงานบวงสรวงท้าวมหาราชทั้ง ๔ ท่านจะรับภาระโดยตรง ให้ติดสีแดงไว้บ้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของท่าน

ประการที่สอง ก็คือ สีของบายศรีปากชามสี่ทิศ แต่ละทิศเป็นสีจำเพาะของท้าวมหาราชแต่ละพระองค์ คือ ทิศเหนือสีแดง ทิศใต้สีม่วง ทิศตะวันออกสีเหลือง ทิศตะวันตกสีขาว

อีกส่วนหนึ่ง ก็คือ หัวหมูกับไก่ สามทิศวางหัวหมู แต่ทิศเหนือต้องวางไก่เท่านั้น อย่าผิดทิศเป็นอันขาด อาตมาไปย้ายให้มาหลายเจ้าแล้ว บางเจ้าสี่ทิศก็ผิด และมีบางรายเห็นวัดมีสัปทนก็เลยกางบ้าง แต่ไม่รู้ว่าเขากางตามสีทิศเหมือนกัน เพราะฉะนั้น..สัปทนถ้าจะใช้ก็สี่สีเหมือนกัน คือ เหนือแดง ใต้ม่วง ตะวันออกเหลือง ตะวันตกขาว

ถาม : ทิศนี่ดูตามเข็มทิศหรือคะ ?
ตอบ : เอาทิศจริงเป็นหลักจ้ะ ตามเข็มทิศไม่ได้ ถ้าตามเข็มทิศ ทิศจะเพี้ยนไป ๒๓ องศาครึ่ง เคยเรียนมาหรือเปล่า ? ถ้าเรียนมาเขาจะบอกว่าแกนโลกเอียง ๒๓ ๑/๒ องศา เพราะฉะนั้น..ทิศจริงกับทิศเข็มทิศจะเพี้ยน ๒๓ ๑/๒ องศา

ถาม : แล้วควรทำอย่างไรคะ ?
ตอบ : ดูตะวันเป็นหลัก ถ้าตะวันไม่มีก็ถามเจ้าของสถานที่ว่าแดดออกทางไหน

ถาม : บวก ๒๓ องศาครึ่งไปทางไหน ?
ตอบ : ไม่ต้องบวกต้องลบ ดูของจริงเลย ถึงเวลาคุณหันหน้าเข้าหาเหนือ ขวามือคือตะวันออก ฯลฯ ถ้าคุณไม่มั่นใจ คุณก็หันไหล่ขวาเข้าหาดวงตะวัน ตรงหน้าคุณคือทิศเหนือ ถ้าหลังคือทิศใต้ ซ้ายมือคือตะวันตก แต่ถ้าเป็นตอนบ่ายก็ตรงกันข้าม ตอนบ่ายหันหน้าเข้าหาทิศใต้ ซ้ายมือคือตะวันออก

ถาม : ไก่กับบายศรีจำเป็นต้องวางตรงกันเป๊ะ ๆ เลยไหมครับ ?
ตอบ : เอาทิศที่ใกล้เคียงที่สุด

ถาม : ทั้งไก่และบายศรีเลยหรือครับ ?
ตอบ : ใกล้เคียงที่สุด ใกล้ความจริงที่สุด ถ้าเป๊ะ ๆ เลยยิ่งดี

ถาม : แล้วทำไมต้องทาสีแดง ?
ตอบ : เรื่องของการทาสีหรือรองด้วยกระดาษแดง เกิดจากครั้งหนึ่งพระท่านบอกหลวงพ่อวัดท่าซุงว่า ถ้ารองหัวหมูและไก่ด้วยกระดาษแดงจะป้องกันเรื่องไฟไหม้และฟ้าผ่าได้ ใครทำการบวงสรวงที่บ้าน ควรจะทำอย่างนั้น อธิษฐานขอให้ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ท่านสงเคราะห์เรื่องกันไฟไหม้กันฟ้าผ่าได้

พอหลวงพ่อท่านถามท้าวมหาราชทั้ง ๔ ท่านให้เพิ่มว่า ถ้าต้องการป้องกันวินาศภัย ให้ทาหัวหมูและไก่ด้วยสีแดง ถ้ารองด้วยกระดาษสีแดงกันไฟไหม้กันฟ้าผ่า แต่ถ้าทาหัวหมูและไก่ด้วยสีแดง จะป้องกันวินาศภัยได้ด้วย

แสดงว่าห้างเซ็นเตอร์วันไม่ได้ทำอย่างนี้ เลยโดนเผากระจาย ตึก ข้าง ๆ บ้านอนุสาวรีย์นี่ก็โดน จนกระทั่งคนเขาตกใจว่าบ้านอนุสาวรีย์โดนเผาไปด้วยแล้ว เพราะไฟไหม้ตึกแถวเดียวกัน แต่ขอโทษ..บ้านอนุสาวรีย์บวงสรวงมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

ถาม : จำเป็นว่า ต้องเป็นบายศรี ๙ ชั้นหรือเปล่า ?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับว่าเรามีแรงทำเท่าไร บายศรีจะมี ๕ ชั้น ๗ ชั้น ๙ ชั้น แล้วแต่เราจะทำ แต่สำคัญตรงลูกบายศรี (ลูกบายศรี คือ ชั้นที่เหมือนกับนิ้วมือ) ถ้าไหว้พระ ลูกบายศรีให้มีอย่างน้อย ๙ ชั้น แต่ถ้าไหว้พรหมหรือเทวดาให้มีน้อยกว่านั้น ส่วนใหญ่เขาเลือก ๗ ชั้น จะได้เป็นสัญลักษณ์ว่าชุดนี้ไหว้พระหรือไหว้พรหมเทวดา

ลูกบายศรี

คำว่า บาย เป็นภาษาเขมร แปลว่า ข้าว บายศรี ก็คือ ขวัญข้าว แต่ถ้าซีบาย แปลว่า กินข้าว แต่ถ้ากินน้ำ ภาษาเขมรว่า อมตรึ๊ก

ถาม : เขาบอกว่า บายศรี ๕ ชั้น สำหรับเสกพระบูชา ๙ ชั้นสำหรับเสกพระเครื่องด้วย จริงหรือเปล่าครับ?
ตอบ : มะเหงกแน่ะ..! เสกพระบูชาไม่จำเป็นต้องมีหัวหมูกับไก่ แต่ถ้าพุทธาภิเษกพระเครื่องต้องมีหัวหมูกับไก่ ขาดไม่ได้

ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ท่านขอเอาไว้ว่า การเสกพระเครื่องไม่เหมือนกับพระบูชา พระบูชาเราตั้งไว้บูชาที่บ้าน แต่พระเครื่องเราติดตัวไว้ เป็นการตัดเคราะห์ไปในตัว ด้วยอำนาจของพุทธานุภาพ ถ้าเคราะห์หนักจะเป็นเบา เคราะห์เบาจะเป็นหาย เพราะฉะนั้น..การ พุทธาภิเษกพระเครื่อง เครื่องบวงสรวงชุดบายศรีต้องเต็มชุดขาดไม่ได้ แต่ถ้าพุทธาภิเษกพระพุทธรูปที่บูชาอยู่กับบ้าน ไม่ต้องมีหัวหมูกับไก่ก็ได้

ฟังแล้วเข้าใจซะใหม่นะ แต่ไม่ต้องไปอธิบายให้เขาฟังหรอก ปล่อยให้เขาโง่ต่อไป..! อาตมาก็สงสัยเหมือนกันว่่า เรียนมาด้วยกัน แต่ทำไมบางคนจำมาไม่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่สงสัยแล้ว

ระยะหลังพวกเราจะเห็นอะไรเพิ่มมาบนโต๊ะบายศรีเยอะแยะไปหมด บางรายก็เป็นปลากะพงแป๊ะซะ ขอยืนยันว่า..ตำราหลวงพ่อวัดท่าซุงต้องเป็นปลาช่อนแป๊ะซะเท่านั้น และขอร้องอย่าราดน้ำจิ้มมา เคยมีตัวอย่างราดน้ำจิ้มมาเรียบร้อยเลย ถ้าอยากจิ้มมากนักให้เตรียมไว้ต่างหาก ลาเสร็จแล้วค่อยมาว่ากัน

มีหลายแห่งที่จัดผลไม้ ๙ อย่างมา ซึ่งก็ถือว่าเกินดีกว่าขาด แต่ต้องมีกล้วยน้ำว้า ส้มโอ มะพร้าวอ่อนเป็นหลัก เพราะสามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ท่านขอไว้ อีก ๖ อย่างเราจะจัดเพิ่มก็ไม่ว่า เกินดีกว่าขาด แต่ถ้าพอดีจะดีที่สุด

ที่เห็นเกินมาเยอะก็คือ ทองหยิบ ฝอยทอง กับขนมจีนน้ำพริก เป็นของที่ใช้ในการบนเสด็จในกรมหลวงชุมพร ถ้าเป็นขนมจีนไม่ว่าจะน้ำพริก น้ำยา ซาวน้ำอย่างเดียว โดยไม่มีฝอยทอง เขาเอาไว้สำหรับการบวงสรวงเฉพาะในวัดท่าซุงเท่านั้น เพราะว่าหลวงปู่ขนมจีนท่านชอบอย่างนั้น และท่านมีหน้าที่เป็นจเรทั่วไป คือ ตรวจดูความประพฤติของพระของเณรในวัด

ในเมื่อหลวงปู่ท่านมีหน้าที่ทั่วไปในการตรวจควบคุม ท่านก็เลยขอไว้ว่า เมื่อถึงเวลาบวงสรวงให้มีสัญลักษณ์ของท่านด้วย ก็คือให้มีขนมจีนสักถ้วยหนึ่ง จะเป็นน้ำยา น้ำพริก หรือซาวน้ำก็ไม่ว่า แต่ให้มีไว้ ก็แปลว่าขนมจีน ถ้า ไม่ใช่ขนมจีนพร้อมกับทองหยิบฝอยทองซึ่งเป็นของที่ใช้บนเสด็จในกรมหลวงชุมพร แล้ว เอาไว้สำหรับใช้ในการบวงสรวงเฉพาะในวัดท่าซุงเท่านั้น

ของอีกอย่างที่เห็นเกินมา คือ ถั่วลาชมาศ เขาใช้ในการบวงสรวงเพื่ออัญเชิญพระภูมิเจ้าที่ ถ้าตั้งศาลใหม่ก็ใส่ถั่วลาชมาศเข้าไป แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ต้องมี เห็นหรือยังว่าเรียนมาด้วยกันแท้ ๆ แต่เขาแตกแขนงไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ?

เหมือนกับพระพุทธศาสนามหายาน ต้นฉบับที่เป็นมูลสรวาสติวาทหายหมดแล้ว..ใช่ไหม ? กลายเป็นโยคาจารย์ เป็นอาจาริยวาท ในที่สุดก็กลายเป็นเกจิอาจารย์ คำว่า เกจิอาจารย์ แปลว่า อาจารย์ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันเรามาใช้ในความหมายว่าเป็นผู้ขลังไปแล้ว

ถาม : ถ้าเราไหว้พระที่บ้าน ตั้งบายศรีไหว้พระเฉย ๆ แล้วนึกถึงหลวงปู่ขนมจีน ก็เลยตั้งขนมจีน ?
ตอบ : ถ้าเจตนาอย่างนั้นก็ทำไป แต่บางท่านเข้าใจผิด เห็นว่าที่วัดท่าซุงมีขนมจีน ถ่ายรูปไว้ด้วยนะ แล้วจัดตามที่วัดท่าซุง แต่ไม่รู้เขาจัดไว้ทำไม ก็จัดตามไปแบบเถรส่องบาตร เห็นอาจารย์ส่องก็ส่องบ้าง แต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ท่านส่องทำไม
————————————
ถาม : มีเรื่องทางคดีความกับฝรั่ง เดือนนี้เราสามารถจบได้หรือไม่คะ ?
ตอบ : เออ..เรื่องอย่างนี้ยังอุตส่าห์ถาม อาตมาไม่ใช่ผู้พิพากษาโว้ย..! ขึ้นอยู่กับเราว่าจะประนีประนอมกันได้หรือไม่ ? หรือศาลเขามีคำสั่งอย่างไร ? เอาอย่างนี้..ไปบนเสด็จในกรมหลวงชุมพรจะดีกว่า…

เครื่องบนเสด็จในกรมหลวงชุมพร
๑) ใช้หัวหมูต้ม ๑ หัว ถ้าหาหัวหมูไม่ได้ ให้เป็นหมูชิ้น ๑ ชิ้น จะเป็นเนื้อสัน เนื้อสามชั้นอะไรก็ได้ แต่ต้องหนักไม่ต่ำกว่าครึ่งกิโลกรัม
๒) ไก่ต้ม ๑ ตัว
๓) ข้าวปากหม้อ ๑ ถ้วย คือ ข้าวที่หุงแล้วเราตักขึ้นมาก่อน
๔) ทองหยิบ ฝอยทอง จำนวนเท่าไรแล้วแต่เราชอบ
๕) ขนมจีนน้ำพริก น้ำยาก็ไม่เอา ซาวน้ำก็ไม่เอา น้ำเงี้ยวก็ไม่เอา เอาขนมจีนน้ำพริกอย่างเดียวเลย

ของทั้งหมดให้วางบนผ้าขาวที่ปู ตั้งโต๊ะอยู่กลางแจ้ง

ถาม : ต้องไปตั้งโต๊ะต่อหน้าท่านหรือไม่คะ ?
ตอบ : ไม่ต้อง ที่ไหนก็ได้ที่เป็นกลางแจ้ง เวลาบน ถ้าเป็นช่วงเช้าคือ ๗ โมง ๕๐ นาที ต้องตรงต่อเวลานะ เพราะฉะนั้น..เราต้องเตรียมของให้เรียบร้อย พอเวลา ๗ โมง ๕๐ นาที ให้จุดธูปบอกท่าน

ถาม : อธิษฐานว่าอย่างไร ?
ตอบ : อธิษฐานขอว่าจะให้เรื่องนี้ลงเอยอย่างไร จะให้เขาเรียกเราจนหมดเนื้อหมดตัว หรือจะให้เราชนะคดีโดยสะดวกง่ายดาย ก็ว่าไป

ถ้าเรื่องทุกอย่างเป็นไปตามเราต้องการ ให้จัดของอย่างนี้ถวายท่านอีกชุดหนึ่ง แปลว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จต้องให้ท่านก่อนชุดหนึ่ง

สมัยก่อนการบนมีเหล้าปนอยู่ด้วย ท่านบอกว่าไม่เอาแล้ว เป็นเทวดาผู้ใหญ่ ถ้ามีเหล้าอยู่ด้วย เดี๋ยวจะโดนตำหนิเอา ก่อนอาตมาบวชก็อาศัยบนท่านบ่อย ๆ ช่วงนั้นซื้อของราคาไม่เคยเกินสามร้อยบาท พอลาเสร็จเราก็กินเอง พอธูปหมดเราก็ลาได้แล้ว

ถาม : ถ้าขายที่ดินไม่ได้ ใช้วิธีนี้ได้หรือไม่คะ ?
ตอบ : ใช้วิธีนี้ก็ได้จ้ะ แต่ถ้าเสด็จในกรมฯ ท่านจะถนัดเรื่องตามคนหายหรือคดีความมากกว่า

ถาม : จะขายที่ค่ะ
ตอบ : ไปจุดธูปบอกกับเจ้าที่ตรงนั้นเลยจ้ะ บอกว่าถ้าขายได้เราจะถวายสังฆทานหรือเลี้ยงพระให้สัก ๙ องค์ ก็ว่าไป

ถาม : จุดธูปกลางแจ้งหรือคะ ?
ตอบ : กลางแจ้งตรงนั้นเลยจ้ะ บนที่ดินของเรา บอก เจ้าที่ที่อยู่ตรงนั้น ไม่ว่าท่านจะเป็นอากาศเทวดา รุกขเทวดา หรือภุมมเทวดาก็ตาม ข้าพเจ้าต้องการจะขายที่ผืนนี้ ขอให้ช่วยสงเคราะห์ให้สำเร็จโดยง่ายด้วย แล้วเราจะทำบุญอะไรให้ท่านก็ว่าไป

ถาม : ต้องนำอะไรไปบูชา ?
ตอบ : ไม่ต้องหรอกจ้ะ เอาธูปไปกำใหญ่ ๆ ก็พอ

ถาม : กำใหญ่แค่ไหน ?
ตอบ : ส่วนใหญ่เห็นเขาจุดกัน ๑๖ ดอก

ขอขอบคุณต้นฉบับ
http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2399&page=7