Posted on

วัดวิหารห้องเดียว จังหวัด ชัยนาท



ติดต่อสอบถาม ร่วมทุนสร้าง อุโบสถ วัดวิหารห้องเดียว
เลขที่บัญชี 024-8-54241-1 ธนาคารกสิกรไทย
โทร 082-364-5397, 085-419-2569

บูชาต่อเงินต่อทองได้ที่นี่

Posted on

วัดไร่แตงทอง หลวงปู่หลิว พญาเต่าเรือน

วัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน นครปฐม
ไปทางกำแพงแสนเลี้ยวซ้ายที่แยกม.เกษตรที่เขียนว่า ไปพนมทวน  หรือว่าไปทางเมืองกาญแล้วเลี้ยวไปทางเดียวกับ วัดตะคร่ำเอนก็สามารถไปถึงได้ เช่นกัน
การได้ไปสักการะ และลอดรูปเหมือนหลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน ซึ่งมีความสูงถึง 8.5 เมตร
(ดูภาพในวีดีโอด้านล่าง)

ต้องมาขอพร ขอโชคลาภ จากหลวงปู่หลิว และ พญาเต่าเรือน เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และครอบครัวด้วย เพราะผู้คนต่างกันเชื่อกันว่า การได้ลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือนนั้น จะทำให้มีอายุยืนเหมือนเต่า ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกอย่างนึงก็คือจะไปหาวัตถุมงคลมาบูชาสักหน่อย เพราะว่าที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องวัตถุมงคลด้านพุทธคุณ เมตตามหานิยม ด้านค้าขายดียิ่งนัก  พอลอดท้องเต่าเสร็จ ก็ให้ เต่าเหยีบหัวแล้วอธิฐาน ตามใจต้องการ

อย่าลืมทำบุญ ถวายปัจจัยใส่ในกระดองเต่าด้วย

วิธีบูชาพญาเต่าเรือน

ให้ตั้งไว้สูงกว่าเทพทั่วๆ ไป เพราะพญาเต่าเรือนเป็นพระโพธิสัตว์และเป็นชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า แต่ต้องต่ำกว่าพระพุทธรูป การบูชานั้นหลายๆ ที่มักนำน้ำมาหล่อเอาไว้ พร้อมทั้งมีผักบุ้งลอยเอาไว้ หรือดอกมะลิ กลีบกุหลาบลอยไว้ด้วย คอยเติมน้ำให้เต็มเสมอๆ เพราะเชื่อกันว่าหากน้ำลด จะทำให้โชคลาภหดเหือดหายตามไปด้วย และต้องทำน้ำให้สะอาดเสมอๆ จะได้มีความสดใสและชุ่มเย็นในชีวิต ถ้าเป็นพญาเต่าเรือนขนาดเล็ก บางคนถือเคล็ดเอาไว้ในที่เก็บเงิน ก็มี

คาถาขอลาภหลวงปู่หลิว

ตั้งนะโมสามจบ

จะขอลาภหลวงปู่หลิวจะมะหาเถรา

สุวรรณณะมามา ระชะมามา เพชรชะมามา

อาหาระมามา ขาทะนียะมามา โภชะนียะมามา

สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพพะบูชา ภะวันตุเม

นะชาลีติ อาคัจฉัยยะ อาคัจฉาหิ

แล้วต่อด้วยคาถาพญาเต่าเรือน

คาถาพญาเต่าเรือน

ตั้งนะโม 3 จบ

“นะมะภะทะ นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ นะอุทะกะ เมมะอะอุอะ”

บริเวณตำหนักพระแม่กวนอิมโพธิ์สัตว์

เจ้าแม่ตะเคียน แม่พวงทอง

วิหารหลวงพ่อโต

 

ช่วงนี้ มีนาคม 2561 ร่วมทำบุญ 100 บาท สร้างพระประธาน รับพญาเต่าเรือน 1 องค์

 

ขอขอบคุณข้อมูล
http://lukyim.com
http://salaya.sc.mahidol.ac.th/putthasilp/tao/liew.html
ข้อมูลภาพทั้งหมดจากเว็บนี้ laikram.com

Posted on

หลวงพ่อนุ่ม ธมฺมาราโม วัดนางในธัมมิการาม

ประวัติ หลวงพ่อนุ่ม ธมฺมาราโม วัดนางในธัมมิการาม

จากซ้าย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) – หลวงพ่อนุ่ม – หลวงพ่อชม

หลวงพ่อนุ่มท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัด อ่างทอง

ประวัติ พระอุปัชฌาย์นุ่ม ธมฺมาราโม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2426 อ่อนกว่าหลวงพ่อพัก 1 ปี โยมบิดาของท่านชื่อสอน โยมมารดาชื่อแจ่ม นามสกุลศรแก้วดารา หลวงพ่อนุ่มเกิดที่บ้านสามจุ่น ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนที่ท่านอายุได้ 10 ขวบ ได้ศึกษาภาษาไทยและภาษาขอมกับพระอธิการพ่วง ผู้เป็นพระพี่ชายที่วัดสามจุ่น ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของท่าน และเมื่ออายุท่านครบ 20 ปี

จึงได้อุปสมบทที่วัดปลายนา ตำบลปลายนา อำเภอศรีประจันต์ สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2446 โดยมีพระครูธรรมสารรักษา (อ้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดดี วัดปู่เจ้า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการช้าง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และจำพรรษาอยู่ที่วัดสามจุ่น ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรม พรรษาที่ 8 ท่านได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหลวง ตำบลศาลเจ้าโรงทอง

เพื่อสะดวกในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ไปช่วยก่อสร้างอุโบสถวัดสามจุ่น ประชาชนในท้องที่นั้นเคารพศรัทธาเลื่อมใสช่วยสละปัจจัยในการก่อสร้างพระ อุโบสถวัดสามจุ่นจึงสำเร็จด้วยดี เมื่อสร้างพระอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ได้กลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสามจุ่นตามเดิม

พอถึงปี พ.ศ. 2459 ท่านก็ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงอีก 10 ปี ต่อมาจึงได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดนางในธัมมิการาม ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ ในปี พ.ศ. 2469 ในสมัยนั้นวัดนางในชำรุดทรุดโทรมมาก ท่านจึงเริ่มบูรณปฏิสังขรณ์วัดนางใน

จนเป็นวัดที่พร้อมด้วยเสนาสนะอันสวยงาม เจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้ ถึงปี พ.ศ. 2477 ท่านจึงได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ผลงานต่างๆ ของหลวงพ่อมีมากมายหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งในวัดนางในและนอกวัด หลวงพ่อนุ่มปกครองวัดนางในเป็นเวลา 30 ปี จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2497 ท่านจึงมรณภาพ สิริอายุได้ 71 ปี พรรษาที่ 51 ในงานประจำปีของวัดนางในทุกปี จะจัดงานตรงกับเทศกาลตรุษจีน เป็นงานที่ใหญ่โตทางวัดเปิดโอกาสให้ประชาชนปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อนุ่ม มีประชาชนและชาวอ่างทองไปร่วมงานเป็นหมื่นคนทุกปี

ในสมัยที่ท่าน ยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้ให้แก่ศิษย์หลายอย่าง เช่น เหรียญปั๊ม เหรียญหล่อ พระเนื้อผง พระเนื้อดินเผา และเบี้ยแก้ เป็นต้น วัตถุมงคลทุกชนิดของหลวงพ่อนุ่มล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยมเสาะหา และหวงแหนของชาววิเศษชัยชาญ เหรียญรุ่นแรกของท่านนั้นสนนราคาหลักหมื่นกลางๆ

 

พระครูสุนทรศีลคุณ-หลวงพ่อชม วัดนางในฯ
[รายละเอียด] หลวงพ่อชม อดีตเจ้าอาวาสวัดนางในฯ(ต่อจาก หลวงพ่อนุ่ม) ท่านบวชโดยมีหลวงพ่อพัก วัดโบถส์(สุดยอดเกจิเมืองอ่างทอง)เป็นพระอุปัชฌาย์และมีหลวงพ่อนุ่ม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ครับ บวชที่วัดโบถส์ครับ บวชเสร็จหลวงพ่อนุ่มก็ชวนให้ท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดนางในฯ หลวงพ่อชมท่านก็เลยมีโอกาสได้ศึกษาวิชากับหลวงพ่อนุ่มและหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ เนื่องจากหลวงพ่อเดิมกับหลวงพ่อนุ่มนั้นเป็นสหธรรมิกกันไปมาหาสู่กันอยู่เสมอๆครับ หลวงพ่อชมท่านสร้างวัตถุมงคลไว้ไม่มาก ส่วนใหญ่ลูกศิษย์จะสร้างถวายท่านครับ(ที่ท่านไม่ทำเนื่องจากไม่ต้องการทำวัตถุมงคลมาแข่งกับครูบาอาจารย์ครับ) วัตถุมงคลของท่านมีไม่มากชนิดครับ มีรูปหล่อ2รุ่น(80ปี,90ปี ขึ้นพระธาตุทั้งสองรุ่น) เหรียญรุ่นแรก,80ปี,90ปี สมเด็จหลังหลวงพ่อชม90ปีครับ วัตถุมงคลของท่านตอนนี้ถือเป็นของดีราคาย่อมเยาว์ อาจเป็นเพราะยังไม่มีการเผยแพร่สู่ส่วนกลางหรือมีก็ไม่มากนัก(ไม่มีคนโปรโมทและไม่มีการปั่นราคาครับ)….จะว่าเป็นของดีที่ถูกมองข้ามก็น่าจะได้ครับ เมื่อก่อนหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จะไปมาหาสู่กับหลวงพ่อชม อยู่เสมอๆและจะขอผงปถมังของหลวงพ่อชมติดตัวท่านกลับไปด้วยอยู่บ่อยๆ เอาเป็นว่าท่านเก่งหรือไม่นั้น? ขนาดว่า หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงพ่อกร่าย วัดโพธิ์ศรี, หลวงพ่อทองใบ วัดอบทมและหลวงพ่อผาด วัดไร่ ท่านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ชื่นชมและเคยยกนิ้วโป้งยกย่องหลวงพ่อชม วัดนางในฯมาแล้วทั้งสิ้นครับ


ที่มา
http://www.taradpra.com/
http://www.itti-patihan.com/
ข้อมูลภาพ laikram.com

Posted on

หลวงปู่ลอง วัดวิเวกวายุพัด พระนครศรีอยุธยา

หลวงปู่ลอง วัดวิเวกวายุพัด พระนครศรีอยุธยา
พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ มีพระเกจิคณาจารย์ที่ทรงธรรมขั้นสูง ดำรงชีวิตด้วยความเมตตากรุณา เป็น ที่พึ่งทางใจของชาวพุทธมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวง พ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงปู่ดู่ วัดสะแก, หลวง ปู่เทียม วัดกษัตราธิราช และอีกมากมาย

ล่วงสมัยกาลปัจจุบัน พระนครศรี อยุธยาก็มีพระเกจิอาจารย์เรืองนาม หลายรูป

“หลวงปู่ลอง สิริธโร” พระเกจิอาจารย์แห่งวัดวิเวกวายุพัด ต.หนองจิก อ.บาง ปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เป็นหนึ่ง ในนั้น

ปัจจุบัน สิริอายุ 86 ปี เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ท่านเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่พริ้ง อินทโชติ วัดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ พระอาจารย์องค์หนึ่งของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยอยู่ปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดที่วัดบางปะกอก จนกระทั่งหลวงปู่พริ้งสิ้นบุญ

มีนามเดิม “ประลอง วรรณสว่าง” เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2474 ปีมะแม ที่บ้านบางปะกอก ต.บางปะกอก อ.ราษฎร์บูรณะ จ.ธนบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา แต่ค่อนข้างมีฐานะดีและมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนา เนื่องจากปู่ของท่าน(หลวงปู่พริ้ง อินทโชติ วัดบางปะกอก พระเกจิชื่อดังยุคอินโดจีน) เอ็นดูเป็นพิเศษ จึงบวชเณรให้ตั้งแต่วัยเด็ก ได้รับการปลูกฝังให้อยู่ในร่มธรรม มีโอกาสได้ฟังธรรมและศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทย-บาลี จนแตกฉาน

ประกอบกับเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงฝึกฝนทางด้านนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งเรียนด้านวิทยาคมเพิ่มเติมจากหลวงปู่พริ้งจนหมด

ด้วยความสนใจศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมมาตั้งแต่เป็นสามเณร สำนักใดมีชื่อเสียงในขณะนั้น ท่านจะไปศึกษาและออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ มีโอกาสเข้ากราบพบหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด จึงฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาต่างๆ จนปฏิบัติได้จริง

ต่อมาได้ลาสิกขา ออกไปเป็นทหาร

พ.ศ.2510 เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบางปะกอก มี พระครูโอภาสศีลคุณ วัดบางปะกอก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวินัยธรทองใบ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์แขม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “สิริธโร”

ด้วยความมานะพากเพียรและมุ่งมั่น ทำให้ท่านมีชื่อเสียงด้านวิทยาคมและวิชาแพทย์แผนโบราณ นำมาสงเคราะห์ชาวบ้านในสมัยนั้น

จากนั้นออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้อยู่ ที่ใดที่หนึ่งนานๆ กระทั่งรับนิมนต์มาอยู่จำพรรษาวัดวิเวกวายุพัด โดยจำวัดอยู่ข้างเมรุ ซึ่งสภาพวัดสมัยนั้นเงียบสงบ เหมาะต่อการปฏิบัติธรรม

ต่อมาเล็งเห็นว่าเสนาสนะภายในวัดวิเวกวายุพัดชำรุดทรุดโทรม ควรได้รับการบูรณะ จึงเริ่มสร้างวัตถุมงคลของขลังให้ญาติโยม ร่วมทำบุญ

สำหรับวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม อาทิ นกเรียกเงิน, ลูกเสน่ห์, เหรียญต่อเส้นวาสนา(เหรียญรุ่นแรก), พระปิดตามหากาฬ, พระขุนแผนพรายเนื้อหอม, ลูกอมกสิณ ๙ ไตรมาส, ผ้ายันต์พญา ปูหนีบทรัพย์, พระสมเด็จเจ็ดชั้น, พระคง, พระสิบสอง พระสะดุ้งกลับหน้าขุนแผน ฯลฯ

แม้วัตถุมงคลของหลวงปู่ลองจะได้รับความนิยมจากบรรดาสานุศิษย์ เนื่องจากมีประสบการณ์ แต่ท่านก็ไม่เคยโอ้อวด ตรงกันข้ามกลับพร่ำสอนให้ญาติโยมดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท โดยเน้นย้ำเสมอว่า “สิ่งมงคลย่อมบังเกิดผลดีแก่ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบและเชื่อมั่นศรัทธาเป็นที่ตั้ง แม้จะมีของดีมากมาย แต่ทุกคนก็หนีความตายไม่พ้น”

แม้วัยล่วงเข้า 87 ปีแล้ว แต่ท่านยังปฏิบัติกิจสงฆ์อย่างไม่บกพร่อง ตื่นแต่เช้า กวาดลานวัด ทำงาน ฉันมื้อเดียว ยามว่าง นั่งสมาธิภาวนาวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นประจำ

ท่านนำวิชาความรู้ด้านวิทยาคม เป็นกุศโลบายสำคัญในการอบรมสั่งสอนศีลธรรมให้ประชาชนทั่วไป ยึดหลักธรรมคำสอนตามแนวทางของพระพุทธศาสนา เป็นวิถีสำคัญในการประพฤติปฏิบัติธรรมและเข้าถึงธรรมะได้อย่างง่าย
ที่มา https://www.khaosod.co.th/amulets/news_403571