Posted on

วัดชินวรารามวรวิหาร จ.ปทุมธานี

วัดชินวราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลบางแขยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
อาณาเขต อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับ คลองควาย
ทิศใต้ ติดต่อกับ คลองบ้านมะขาม
ทิศตะวันออกติดต่อกับ แม่น้ำเจ้าพระยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ถนนสาธารณะ
การเดินทาง
ใช้ถนนสาย 345 จากแยกสวนสมเด็จ วิ่งข้ามสะพานนนทบุรี (สะพานนวลฉวี) และ วิ่งไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปวัดอีก 1 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
วัดชินวราราม โทร 0-2581-2242
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี โทร 0-2593-3898

พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ อุโบสถ มีกำแพงก่ออิฐถือปูนโอบล้อมรอบบริเวณ ตัดช่องทางประตูสำหรับเข้าอุโบสถ ๔ ช่องกำแพงภายในกำแพงมีสีมาตั้งอยู่บนฐานย่อเหลี่ยมก่ออิฐถือปูนครบทั้ง ๘ ทิศ ตัวพระอุโบสถ ยกพื้นสูง ๒ ศอก มีหน้าบันมุขเด็จสลักลายเครือดอกปทุม และมีอักษรรามัญตรงกับอักษรไทยคือ ตัว “ป” ตรงกับนามย่อของหม่อมมารดามุข มีเสาย่อเหลี่ยม ๔ ด้าน ปั้นบัวรับทุกปลายเสา ซุ้มประตูหน้าต่างปั้นลายปูนฝีมือจีนปนไทย บานประตูหน้าต่างแกะลวดลายเป็นตรากลม ๕ ดวง ดวงบนเป็นรูปแพะหมายถึง นามปีประสูติ ตราที่ ๒ เป็นรูป “ช.ส.” หมายถึงนามย่อ ตราที่ ๓ รูปพญานาคหมายถึงพระนามเดิม ตราที่ ๔ รูปอักษรไขว้ “ปุ่น” หมายถึงนามหม่อมมารดา ตราที่ ๕ รูปโค หมายถึงนามปีเดิมของหม่อมมารดา

ภาพจิตกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ แบ่งเป็น ๒ ตอน ตอนบนด้านเหนือและใต้เป็นรูปเทวดานพเคราะห์ทรงพาหนะสัตว์ต่างๆ ด้านตะวันออกรูปปางมารวิชัย ด้านตะวันตกเป็นรูปเทพชุมนุม ตอนแสดงธรรมโปรดพุทธมารดาในดาวดึงส์ ตอนล่างแบ่งเป็น ๑๒ ห้องด้านตะวันตกหลังพระประธานเป็นภาพของวัดตลอดสิ่งที่ปลูกสร้าง
ในสมัย พ.ศ. ๒๔๕๖ และเฉพาะรูปพระอุโบสถ ส่วนอีก ๑๐ ห้องที่ผนังระหว่างหน้าต่างและผนังด้านตะวันออกเป็นภาพเรื่องทศชาติ แสดงบารมี ๑๐ ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญในชาติก่อนตรัสรู้ มีโคลงสี่สุภาพแสดงท้องเรื่องจารึกในหินชนวนดำกำกับไว้ใต้ภาพทุกห้อง โปรดให้พระสุวรรณรักศมี แต่แล้วทรงตรวจแก้ ต่อมาได้ทรงแก้อีกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐พระวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ ขนาดกว้าง ๓ วาเศษ ยาว ๔ วาเศษ มีมุขยื่นทางด้านตะวันออกมีประตูด้านตะวันออกและตะวันตก ด้านละ ๑ ประตู หน้าต่างด้านละ๑ บาน มณฑป เป็นที่บรรจุอัฐิอังคารของหม่อมปุ่น ชมพูนุช (หม่อมมารดา) สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ พระตำหนักชินวร เป็นตึก ๒ ชั้น มีมุขยื่นไปทั้ง ๔ ด้าน หลังคาแบบไทยมีหัวนาคเป็นช่อฟ้า หน้าจั่วปั้นลายมีรูป “ชส” ไขว้ ชั้นบนเป็นที่ประทับแรม ชั้นล่างใช้เป็นที่เรียนธรรมวินัยและบาลีของพระภิกษุสามเณร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔

ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ กุฎีสงฆ์ ส่วนมากเป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์ หอฉัน ศาลาการเปรียญ วัดชินวราราม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๘ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๑ วัดชินวราราม เดิมชื่อว่า “วัดมะขามใต้” เป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับวัดร้าง ๒ วัด คือ วัดในและวัดคลองควาย วัดมะขามใต้เป็นวัดรามัญนิกาย ในสมัยหม่อมเจ้าขจรศุภสวัสดิ์ครั้งยังเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมกับพระรามัญ มุนี (สุด) ผู้เป็นเจ้าคณะเมืองได้มอบวัดร้างทั้ง ๒ วัดนั้น ให้มารวมเข้ากับวัดมะขามใต้ วัดทั้งสามจึงรวมเรียกชื่อว่า “วัดมะขามใต้”ตั้งแต่นั้นมาวัดชินวราราม เป็นวัดที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรวิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ทรงปฏิสังขรณ์ กล่าวคือ เมื่อคราวเสด็จตรวจการคณะสงฆ์มณฑลกรุงเทพมหานคร เป็นครั้งแรกขณะทรงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ทอดพระเนตรเห็นศาลาการเปรียญ

วัดเทียนถวายซ่อมทาสีใหม่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (นาค) วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร เมื่อยังมีสมณศักดิ์ ที่พระศรีสมโพธิ์มาซ่อมประดิษฐานศพโยมของท่าน จึงเป็นเหตุสกิต พระหฤทัยให้ทรงดำริว่า ถ้าคราวกพระองค์ท่านต้องทำศพหม่อมมารดา ควรทำอย่างนี้ เป็นประโยชน์มากดีกว่าทำเมรุ แต่ทรงดำริถึงถาวรวัตถุในประเภทอื่นว่าควรทำอุโบสถดีกว่าศาลา แต่นั้นมาก็ทรงแสวงหาอุโบสถที่ทรงจะปฏิสังขรณ์ เรื่อยมา
ครั้นเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๕ พระองค์ได้เสด็จไปตรวจในอำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เสด็จถึงวัดชินวราราม หรือวัดมะขามใต้ ทรงเห็นทำเลวัดดีมีกุฎีหมู่หนึ่งพอเป็นที่พำนักอยู่อาศัยของพระภิกษุ สามเณรได้ และมีอุโบสถซึ่งเริ่มก่อผนังไว้แล้ว ซึ่งไม่มีใครที่จะปฏิสังขรณ์ต่อให้สำเร็จ ก็สมพระหฤทัยที่ทรงตั้งพระปณิธานไว้ จึงทรงรับที่จะปฏิสังขรณ์อุโบสถต่อไป ครั้งได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จัดทำการฉลองเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๖ นับแต่นั้นมาก็ได้ทรงปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเสนาเสนาะต่าง ๆ ต่อมาตามลำดับ พ.ศ. ๒๔๗๖ ยังมีวัดอีกวัดหนึ่ง ตั้งอยู่เขตติดต่อกับวัดใน ซึ่งรวมกับวัดมะขามใต้แล้วชื่อว่า วัดเจตวงศ์ วัดนี้มีอุโบสถและพัทธสีมาแต่ทรุดโทรมมาก มีพระจำพรรษาบ้างไม่มีบ้าง พระปทุมวรนายก (สอน) วัดเทียนถวาย เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เมื่อครั้งยังดำรงศักดิ์ที่พระครูสีลานุโลมคุณ พร้อมด้วยความเห็นชอบของพระพิมลธรรม(เฮง) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เจ้าคณะมณฑลอยุธยา จึงสั่งให้รวมเข้ากับวัดชินวราราม เพิ่มอีกวัดหนึ่ง ดังนั้นวัดชินวรารามจึงมีเนื้อที่ตั้งวัดประกอบด้วยวัด ๔ วัดรวมกันวัดมะขามใต้ ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง พร้อมกับให้เปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดชินวราราม”
วัดชินวราราม มีระเบียบขนบธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัย ซึ่งถือเป็นกิจวัตรีการบำเพ็ญกุศลฟังธรรมและการกระทำพิธีทางศาสนาทุกวันสำคัญ
ทางพระพุทธศาสนา เป็นประเพณีสืบต่อกันมามิได้ขาด
พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ อุตฺตมปญฺโญ) เจ้าคณะตำบลบางขะแยง ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

อ้างอิง
http://pte.onab.go.th
ข้อมูลภาพ http://laikram.com

โพสต์โดย ลายคราม ดอทคอม บน 2 ตุลาคม 2017

Posted on

วัดบางคูวัดใน ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี


พระประธานประจำอุโบสถ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 42 นิ้ว สูง 59 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2313 พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 42 นิ้ว สูง 59 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2545

วัดบางคูวัดใน ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2310 โดยชาวกรุงศรีอยุธยา ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน สมัยกรุงศรีอยุธยา เสียกรุงแก่พม่า ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 โดยได้ร่วมกันก่อสร้างวัด โดยตั้งชื่อวัดว่าวัดบางคูวัดใน ตามชื่อหมู่บ้าน แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดคูนาราม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2313
อ้างอิง
http://watpathumthani.org/?p=633
ข้อมูลภาพ http://laikaram.com