Posted on

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (เล่งเน่ยยี่2)

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (เล่งเน่ยยี่2):
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น.
 การเดินทาง
 จากตัวเมืองนนทบุรี ไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามสะพานพระนั่งเกล้าฯ ถึงสี่แยกบางพลู เลี้ยวขวาไปยังอำเภอบางบัวทอง ทางเข้าวัดจะอยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงโรงเรียนเทศบาลวัดละหาร หรือหากเดินทางจากกรุงเทพฯ มาตามถนนกาญจนาภิเษก (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) กลับรถเลี้ยวเข้าตามเส้นทางไปโรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์ ผ่านศูนย์เยาวชนเทศบาลไปยังวัดได้เช่นกัน

 สิ่งอำนวยความสะดวก
 มีจุดจำหน่ายของเซ่นไหว้ต่าง ๆ ลานจอดรถ ห้องสุขา บริเวณตลาดบางบัวทองซึ่งอยู่ใกล้กับวัดมีบริการร้านอาหารมากมาย


 การติดต่อ
 วัดพระบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ ตั้งอยู่เลขที่ 75 หมู่ 4 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110 โทรศัพท์ 0 2571 1155 หรือ 0 2920 2131 โทรสาร 0 2571 1155 เว็บไซต์ http://www.lengnoeiyi.com/viewpage.php?page_id=15

 วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ ตั้งอยู่ที่ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง วัดแห่งนี้เดิมเป็นเพียงโรงเจขนาดเล็ก ต่อมาเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพฯ ร่วมกับพุทธบริษัทไทย-จีน ได้พัฒนาเป็นวัดที่สมบูรณ์สวยงามในเนื้อที่รวม 12 ไร่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างถึง 12 ปี จึงแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์ ประกอบพิธีสมโภชเปิดวัดบรมราชากาญจนภิเษกอนุสรณ์ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551

 วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมในยุคหมิง-ชิง โดยจำลองมาจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง มีความสง่างามและมีรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีตยิ่ง โดยทางวัดได้เชิญช่างฝีมือชั้นครูจากประเทศจีนมาดำเนินการก่อสร้างโดยตรง วิหารแต่ละหลังประดับด้วยลวดลายภาพเขียนสีพุทธศิลป์แบบจีนใช้สีน้ำเงิน แดงและทองเป็นหลัก ตามผนังและเพดานมีคาถา โอม มา นี ปะ หมี่ ฮง เป็นตัวอักษรสีทอง ที่เชื่อว่าขับไล่สิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ได้ หลังคาวิหารมุงด้วยกระเบื้องเผาแบบจีน สีเหลืองเข้ม ที่ตรงมุมหลังคาทั้ง 4 มุมประดับด้วยรูปสัตว์มงคล ได้แก่ เทวดาขี่หงส์ มังกร สิงโต ม้าน้ำ ม้าเทวดา แพะเทวดาเขาเดียว กระทิงเทวดา ปลาเทวดาและนกเค้าแมว นอกจากนี้ รายรอบพระวิหารยังประดับด้วยหินแกะสลักต่าง ๆ มากมายซึ่งล้วนนำมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งเหมาะอย่างยิ่งแก่การศึกษาพุทธศิลป์ของจีน

 ภายในวัดประกอบด้วยอาคารหลัก ได้แก่


 พระอุโบสถ เป็นอาคารหลังใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง ประดิษฐานพระประธาน 3 องค์ คือ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าหรือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระอมิตาภพุทธเจ้า และ พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในอดีต แต่ละองค์ มีความสูงถึง 4.30 เมตร นับเป็นพระประธานแบบจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพุทธลักษณะที่เด่นเป็นสง่า พระพักตร์มีเมตตากรุณา ด้านข้างของพระประธานทั้งสองด้าน เป็นเสาขนาดใหญ่ มีกลอนอักษรจีน ตามผนังประดับด้วยแผ่นไม้สักแกะสลัก 7 ชิ้นเป็นเรื่องราวพระพุทธเจ้าในอดีต พระอรหันต์ และจตุมหาบรรพตหรือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ 4 แห่ง ส่วนด้านนอกของพระอุโบสถมีเสมาเป็นศิลปะแบบจีนอยู่ทั้งสองด้าน

 วิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์ และวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ เป็นอาคารสองชั้นอยู่ด้านหลังถัดจากพระอุโบสถ ด้านล่างเป็นวิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์ เมื่อขึ้นบันไดไปด้านบนจะเป็นวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ ตามผนังวิหารด้านในรายล้อมพระพุทธรูปเล็ก ๆ หนึ่งหมื่นพระองค์ วิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนดินแดนสุขาวดี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกมนุษย์ เชื่อกันว่าผู้ที่บำเพ็ญภาวนา จะได้ไปเกิด ณ ดินแดนสุขาวดีซึ่งมีแต่ความสุข

 นอกจากนี้ยังมีอาคารอื่น ๆ อาทิ หอธรรม วิหารบูรพาจารย์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม


พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เมื่อเข้ามาชั้นแรกของอาคาร (ตรงกลาง) จะพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือพระแม่กวนอิม ประดิษฐานอยู่บนฐานดอกบัว มีกล่องเซียมซีสำหรับประชาชนได้เสี่ยงทาย และจุดเทียนลอยบัวรอบๆ ฐานพระแม่กวนอิม
ลานกว้างในอาคารชั้นแรก

ลานกว้างในอาคารชั้นแรก จากองค์พระแม่กวนอิม มีประตูเดินเข้ามาอีกส่วนหนึ่งของอาคารเป็นลักษณะโล่งกว้าง สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอฉันและกุฏิ มีคนมานั่งพักระหว่างการเดินชมวัดแห่งนี้กันที่นี่ เพราะมีสวนหย่อมเล็กๆ ในอาคาร มีน้ำตกเล็กๆ มีตุ๊กตารูปพระถือบาตร นั่งบ้างยืนบ้างอยู่ เป็นสถานที่ที่มีคนมาโยนเหรียญเสี่ยงทายให้ลงในบาตรอยู่ตลอด ปัจจุบัน (พฤษภาคม 2554) ทางวัดเปิดให้ปิดทองลูกนิมิตซึ่งฝังอยู่ที่พื้นของอาคารหลังนี้ตามจุดต่างๆ
เดินชมวัดเล่งเน่ยยี่ 2


เดินชมวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ทางเดินขึ้นลงในอาคารของวัดมี 3 ส่วน คือด้านหน้าขึ้นจากบันไดด้านหน้าของอาคาร ส่วนกลางของอาคารก็มี และส่วนด้านหลังสุดก็มี บันไดแต่ละจุดจะขึ้นไปยังอาคารคนละส่วนกัน ถ้าขึ้นมาด้านหน้าจะขึ้นมาตรงหอกลอง หอระฆัง และวิหารท้าวจตุโลกบาล บันไดส่วนหน้าอาคารมีอยู่ด้านหน้าสุดหน้าวิหารท้าวจตุโลกบาล และบันไดขึ้นมายังหอกลอง และหอระฆัง รวม 3 แห่ง บันไดส่วนกลางของอาคารขึ้นมาเป็นระเบียงด้านข้างเหมือนในรูปนี้ ส่วนด้านหลังมีบันไดขึ้นไปยังวิหารอวโลกิเตศวร แต่ปกติไม่ค่อยได้ขึ้นบันไดส่วนหลังกัน โดยมากเมื่อเดินทางมาครั้งแรกจะขึ้นทางด้านหน้า หรือไม่ก็บันไดส่วนกลางเพราะเดินมาจากลานจอดรถ เมื่อเดินขึ้นมาบนระเบียงชั้น 2 แล้วมองไปทางซ้ายและขวาจะเห็นดังในภาพนี้ ภาพซ้ายเป็นทางไปยังคือหอกลอง ด้านขวาวิหารอวโลกิเตศวร

หอกลอง-หอระฆัง

หอกลอง-หอระฆัง ทั้งหอกลองและหอระฆังสร้างด้วยรูปแบบเดียวกันอยู่ด้านหน้าของอาคาร หากเดินเข้าประตูหน้าวัด หอระฆังจะอยู่ซ้ายมือ ส่วนหอกลองจะอยู่ขวามือ ส่วนตรงกลางคือวิหารท้าวจตุโลกบาล ภาพบนเพดานของหอกลองและหอระฆังสวยงามมาก และเหมือนกันทั้งรูปทรงอาคารด้านนอกและด้านใน สำหรับผู้ที่เดินทางไปไหว้พระควรจะทราบว่าที่วัดแห่งนี้ห้ามตีระฆัง นอกจากการใช้เพื่อพิธีของสงฆ์นะครับ
พระอุโบสถ

พระอุโบสถ เมื่อมายืนอยู่ตรงกลางที่วิหารท้าวจตุโลกบาล จะเห็นบันไดทางเดินขึ้นไปยังพระอุโบสถ ตรงกลางคั่นด้วยบ่อมังกร หินแกะสลักมีป้ายบอกห้ามโยนเหรียญลงไปเพื่อป้องกันการแตกหักเสียหาย สถาปัตยกรรมภายในวัดบรมราชาฯ เป็นสถาปัตยกรรมในยุคหมิง-ชิง จำลองมาจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง มีลักษณะความสวยงามเป็นสง่าและประณีตอย่างยิ่ง
พระสกันทโพธิสัตว์

พระสกันทโพธิสัตว์ เป็นเทพเจ้าอยู่ด้านหลังของวิหารท้าวจตุโลกบาล (หันหน้าเข้าหาพระอุโบสถ) ภายในวิหารท้าวจตุโลกบาลยังมีเทพเจ้าอีกมากมายหลายองค์ ได้แก่ ท้าวกุเวร ท้าววิรูปักษ์ ท้าวธตรัฐ ท้าววิรุฬหก พระสุริยเทพ พระจันทราเทวี เทพดาวเหนือ เทพเจ้าที่ เจ้าพ่อเสือ เทพโชคลาภ เทพแห่งยา เทพชะตาชีวิต เทพเจ้าหรือเซียนเหล่านี้มีชื่อเรียกในภาษาจีน
พระสังกัจจายนะ

พระสังกัจจายนะ อยู่ตรงกลางของวิหารท้าวจตุโลกบาลหันหลังให้กับพระสกันทโพธิสัตว์ หากอยากไหว้เทพเหล่านี้จะมีผู้คอยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ให้กับเราพร้อมกับคำกล่าวบูชาเทพองค์ต่างๆ ทั้งหมด โดยขึ้นอยู่กับว่าเราจะไหว้เทพองค์ใดและเพื่ออะไร
บ่อมังกร

บ่อมังกร เป็นแผ่นหินแกะสลักลวดลายสวยงามอ่อนช้อยปราณีต เป็นสิ่งที่อยู่ที่บันได ด้านหน้าตั้งแต่ทางเข้าหน้าวัดขึ้นไปจนถึงพระอุโบสถ
วิหารท้าวจตุโลกบาล

วิหารท้าวจตุโลกบาล เป็นอาคารที่อยู่ด้านหน้าตรงกลาง มีหอกลองและหอระฆังอยู่ 2 ข้าง ซ้ายและขวาเหนือหลังคามีตราสัญลักษณ์กาญจนาภิเษกเด่นสง่าอยู่ตรงกลาง
ภายในพระอุโบสถ

ภายในพระอุโบสถ ก่อสร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่เพดานและผนังด้านในมีความสวยงามมาก รอบๆ องค์พระพุทธรูปมีพื้นที่กว้างขวาง พระอุโบสถและอาคารหลายแห่งเช่นวิหารอวโลกิเตศวร วิหารหมื่นพุทธไม่อนุญาตให้บุคคลที่แต่งกายไม่สุภาพ กางเกงหรือกระโปรงสั้นเหนือเข่าเข้าภายในโดยทางวัดมีผ้าคลุมให้ ในพระอุโบสถห้ามบันทึกภาพในขณะที่พระสงฆ์ทำพิธีทางศาสนา ครั้งหนึ่งที่ได้มาที่วัดแห่งนี้ในระหว่างการทำพิธีจะได้เห็นพระสงฆ์เดินทำพิธีสวดมนต์รอบๆ พระพุทธรูป
พระประธานในพระอุโบสถ


พระประธานในพระอุโบสถ พระประธานประกอบด้วยพระพุทธรูป 3 องค์ได้แก่ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าหรือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระอมิตาภพุทธเจ้า และ พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในอดีต แต่ละองค์ มีความสูงถึง 4.30 เมตร นับเป็นพระประธานแบบจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพุทธลักษณะที่เด่นเป็นสง่า พระพักตร์มีเมตตากรุณา ด้านข้างของพระประธานทั้งสองด้าน เป็นเสาขนาดใหญ่ มีกลอนอักษรจีน ส่วนด้านนอกของพระอุโบสถมีเสมาเป็นศิลปะแบบจีนอยู่ทั้งสองด้าน
18 อรหันต์ทองคำ

18 อรหันต์ทองคำ เป็นรูป 18 อรหันต์ขนาดใหญ่ อยู่ที่ผนังด้านข้างของพระอุโบสถข้างละ 9 องค์สำหรับให้ประชาชนกราบไหว้บูชาเหนือองค์พระ 18 อรหันต์ มีแผ่นไม้สักแกะสลัก 7 ชิ้นเป็นเรื่องราวพระพุทธเจ้าในอดีต พระอรหันต์ และจตุมหาบรรพตหรือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ 4 แห่ง
วิหารอวโลกิเตศวรและวิหารหมื่นพุทธ

วิหารอวโลกิเตศวรและวิหารหมื่นพุทธ เดินมาด้านหลังพระอุโบสถจะมีอาคารเชื่อมออกไปด้านหลังมีทางเดินเชื่อมต่อออกไปชั้นล่างเป็น วิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์และชั้นบนเป็นวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ บันไดทางขึ้นไปชั้นบนวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธอยู่ด้านข้างทั้งซ้ายและขวา
เจ้าแม่กวนอิมพันกร

เจ้าแม่กวนอิมพันกร ประดิษฐานอยู่กลางวิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์ สามารถเข้าไปสักการะพระแม่กวนอิมด้านในได้
วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ

วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ ตามผนังวิหารด้านในรายล้อมพระพุทธรูปเล็ก ๆ หนึ่งหมื่นพระองค์ วิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนดินแดนสุขาวดี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกมนุษย์ เชื่อกันว่าผู้ที่บำเพ็ญภาวนา จะได้ไปเกิด ณ ดินแดนสุขาวดีซึ่งมีแต่ความสุข ภาพมุมกว้างจากด้านหน้าประตูวิหารมองเห็นองค์พระพุทธรูปกลางวิหารและพระพุทธรูปองค์เล็กมากมายที่ผนัง
พระพุทธรูปวิหารหมื่นพุทธ

พระพุทธรูปวิหารหมื่นพุทธ พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ พระพุทธรูปที่มีพระพุทธศิลป์งดงาม
พระพุทธรูปหมื่นพระองค์


พระพุทธรูปหมื่นพระองค์ ที่ผนังของวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ เรียงอยู่เป็นแถวอย่างสวยงามครบทุกด้าน โดยแบ่งผนังออกเป็นห้องแต่ละห้องมีพระพุทธรูป รูปวงกลมอยู่ตรงกลางบนแผ่นไม้รูปสี่เหลี่ยม แกะสลักที่มุม
พระอุโบสถด้านหลัง

พระอุโบสถด้านหลัง วิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์และวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ อยู่ด้านหลังของพระอุโบสถ เมื่อเดินมาด้านวิหารจึงมองเห็นพระอุโบสถจากทางด้านหลัง ซึ่งปิดประตูไว้ไม่ให้ใช้เป็นทางเข้าออกพระอุโบสถ
ระเบียงทางเดินในอาคาร


ระเบียงทางเดินในอาคาร ลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยงามในทุกรายละเอียดจนรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองจีนจริงๆ

อ้างอิง
http://www.tourismthailand.org/bangkok
ข้อมูลภาพทั้งหมด http://laikram.com