Posted on

วัดละหาร วัดสวย ชุมชนพัฒนา บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

วัดละหาร
ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
วันเปิดทำการ : ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ : 08.00 – 16.30

เบอร์โทร
+66 2580 0705-6, +66 2571 7415, +66 2920 3709, +66 2920 1315, +668 1403 1798
วัดละหาร ตั้งอยู่ริมคลองบางบัวทองที่ 17 หมู่ 2 ซอยเทศบาล 4 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย ซึ่งเป็นเขตปกครองคณะสงฆ์ ตำบลบางรักใหญ่ของ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย


ประวัติความสำคัญ เมื่อสมัยปลายแผ่นดินของพระเจ้ากรุงธนบุรี ราวปี พ.ศ. ๒๓๒๑ เกิดศึกเวียงจันทร์

สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกกองทัพไทย ตีเวียงจันทร์และหลวงพระบาง และได้กวาดต้อนผู้คนเข้ามาไว้ในหัวเมืองชั้นในเป็นอันมาก และยังได้อัญเชิญ พระแก้วมรกต(พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร) และพระบาง มาประดิษฐานไว้ ณ กรุงธนบุรีด้วย


การทำศึกสงครามตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ “การตัดกำลังข้าศึก” คือ การกวาดต้อนผู้คนไปไว้ที่หัวเมืองชั้นในของตน ( เมืองที่อยู่รอบเมืองหลวง ) บรรดาเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนมาเหล่านี้จะถูกแบ่งปันให้ไปอยู่กับพวกขุนนางผู้ใหญ่บ้าง ซึ่งขุนนางเหล่านี้จะถือศักดินา มีที่ดินเป็นจำนวนมาก เชลยศึกเหล่านี้ก็จะเป็นแรงงาน โดยได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าจ้างบ้าง เป็นที่อยู่อาศัยบ้างที่บางบัวทอง การกวาดต้อนชาวลาว มาจากหมู่บ้านพรวน เวียงจันทร์ ก็เรียกว่า “ ลาวพรวน ” หรือ ชาวมุสลิม ก็มาจากการกวาดต้อน ทางภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวเขมรกวาดต้อน มาอาศัย แถบคลองเขมร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อมาชาวลาวเหล่านี้ได้รับความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงได้ร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นเรียกกันว่า “ วัดลาว ” สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยกลางรัชกาลที่ ๑ ถึงต้นรัชการที่ ๒ ต่อมาภายหลังได้ค้นพบหลักฐานโดยมีชื่อปรากฏในหน้าปัดนาฬิกาโบราณเรือนหนึ่งเขียนไว้ว่า ชื่อวัดราชบัญหาร มีหนังสือเขียนปรากฏ ณ หน้าปัดนาฬิกาว่า

“พุทธศักราชได้ ๒๔๔๕ จุลศักราชได้ ๑๒๖๕ รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๑ ข้าพเจ้านายพงษ์ ได้สละทรัพย์จัดซื้อนาฬิกา ถวายไว้ในอารามมีชื่อว่า “ราชบัญหาร” เป็นของสำหรับอุโบสถของสงฆ์ ณ วันที่ ๒๖ วันอาทิตย์ เดือนตุลาคม ตรงกับเดือน ๑๑ แรมสิบค่ำ ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จพระนิพพานปัจจโย โหตุ”

ชื่อ “วัดราชบัญหาร” ในบันทึกในปี พ.ศ. 2445 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ชื่อวัดได้เปลี่ยนมาเป็น “วัดละหาร” ดังเช่นทุกวันนี้ เพราะอาจจะมีการเรียกเพี้ยนมาเป็นวัดละหาร สาเหตุที่เป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือท้องที่แถบย่านบ้านนี้เป็นที่ลุ่ม อาจจะเรียกตามสภาพของที่ซึ่งเป็นอยู่ว่าห้วยละหาร ต่อมาคำว่า “ห้วย” หายไป เหลือแต่ “ละหาร” จึงเป็นวัดละหารดังเช่นปัจจุบัน


ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดละหาร

-พระประธานในอุโบสถซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะในสมัยสุโขทัย มีลักษณะเป็นปางมารวิชัยประทับนั่ง


-พระประธานในวิหารซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ โดยชาวบ้านซึ่งเดิมเป็นเชลยศึกชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่สมัยสงครามในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์นับถือเป็นพระคู่วัด พระประธานในวิหารได้รับการจัดสร้างพร้อมกับวัด มีอายุ 200 ปีเศษ มีลิงถือรวงผึ้งและช้างเป็นบริวาร ประดิษฐานในวิหารจัตุรมุขซึ่งมีลักษณะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายเมื่อเข้ามาในตัวบริเวณวัด

วัดละหารได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2470 เมื่อปีพ.ศ.2510 สมเด็จพระวันรัตน์ (ปุ่น)วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามกรุงเทพมหานคร ได้เสด็จเยี่ยมวัดละหาร เพื่อทรงปลูกต้นไม้มหาโพธิ์ ทางวัดได้เปิดสอบพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 และแผนกบาลีเริ่มเปิดตั้งแต่ พ.ศ. 2496 เป็นต้นมา อีกทั้งยังเป็นศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์

ด้วยความที่วัดละหารตั้งอยู่ริมคลองบางบัวทอง ทำให้ผู้มาศึกษาด้านพุทธศาสนาหรือมาเยี่ยมชมวัดสามารถนั่งพักผ่อน ในบริเวณสวนริมน้ำได้

วัดละหาร เป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดละหาร เป็นวัดราษฎร์ สังกัดมหานิกาย มีความสำคัญดังนี้


1. สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนนทบุรี แห่งที่ 1 ตามความเห็นชอบของเถรสมาคมว่าด้วยสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

2. วัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2535

3. หน่วยอบรมประชาชน ประจำตำบลโสนลอย

4. โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดละหาร

ส่งเสริมให้ประชาชน เยาวชน องค์กรหน่วยงานต่างๆ เข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันพระและวันสำคัญทางศาสนา
อ้างอิง

https://thai.tourismthailand.org/
ข้อมูลภาพทั้งหมด http://laikram.com