Posted on

วัดสาลีโขภิตาราม นนทบุรี


วัดสาลีโขภิตาราม นนทบุรี
พระครูใบฏีกาประทีป ฉายา วิสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดสาลีโขภิตาราม

ประวัติตวามเป็นมาของ วัดสาลีโขภิตาราม
วัดสาลีโขภิตารามเป็นวัดโบราณที่ก่อสร้างในสมัยอยุธยา และเป็นวัดร้างเมื่อครั้งที่พม่าเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310 และได้มาสร้างเป็นวัดอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2399 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้สร้างวัดนี้ชื่อบุญมา บุญมี สองพี่น้องมีความปรารถนาที่จะทำนาข้าว จึงอธิฐานในฤดูกาลที่ทำนา ผลปรากฏว่าสำเร็จดังอธิฐานจึงอุทิศที่ดินส่วนตัวให้เพื่อสร้างวัดและใช้ชื่อว่า วัดสาลีโข บ้างก้อเรียก วัดสัลเลโขบ้าง วัดสาลีโขบ้าง แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียก วัดสาลีโข ซึ่งหมายถึง มีข้าวมาก เนื่องจากชาวบ้านวัดสาลีโขภิตาราม มีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก คำว่าสาลีโขจึงเป็นมงคลนามของชุมชนด้วย ตามหนังสือทำเนียบคณะสงฆ์ ร.ศ.123 (พ.ศ.2447) ของกระทรวงธรรมการ เรียกวัดสัลเลโข เดิมขึ้นกับอำเภอบางบัวทอง พระแจงเป็นเจ้าอาวาส วัดสาลีโขภิตารามเป็น วัดที่สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ต่อมาได้ใช้ชื่อ วัดสาลีโขภิตาราม มายังปัจจุบันนี้

องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลับตั้งอยู่ด้านหลังของวัด และฝั่งตรงข้ามคลองหน้าวัดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนวัดสาลีโขภิตาราม
หลวงพ่อศิลาแลงเป็นพระพุทธรูป ประจำวัดสาลีโขภิตาราม ที่ทำด้วยศิลาแลง ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารเก้าห้องของวัดสาลีโขภิตาราม ในสมัยที่หลวงปู่เผือกเป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อศิลาแลงเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่กล่าวขานของชาวบ้านในสมัยนั้น ต่อมาในสมัยหลังๆเจ้าอาวาสที่ต่อจากหลวงปู่เผือก ในสมัยนั้นท่านชอบออกธุดงค์หาความวิเวกและศึกษาหาความรู้ ท่านไม่ยึดถือวัตถุมงคลเป็นที่ตั้ง อันเป็นเหตุทำให้สภาพของวัดและวิหารเก่าทรุดโทรม ทำให้วิหารเก้าห้องพังลงมา จึงเป็นเหตุให้พระพุทธรูปหลวงพ่อศิลาแลงเกิดชำรุดอย่างน่าเสียดาย สมัยต่อมาสมัยที่พระครูนนทสีลาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาสจึงได้ทำการซ่อมบูรณะองค์หลวงพ่อศิลาแลงขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะ และเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ชาวบ้าน ช่วยปัดเป่าความทุกข์ให้แก่ผู้ที่มากราบไหว้ได้ดีจนเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านในตำบล จนถึงทุกวันนี้


หลวงปู่เผือก เป็นพระเกจิชื่อดัง ท่านเกิด ปี 2299 มรณภาพปี 2405 พระเถระห้าแผ่นดินเล่าสืบต่อกันมาว่า หลวงปู่เผือกเป็น พระเถระผู้มักน้อย นิยมสันโดษ และยินดีเจริญสมณธรรม อยู่ในเสนาสนะอันสงบ สงัดตามป่าเขา ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยได้บรรลุผลตามสมควร พร้อมทั้งเป็นผู้คงแก่เรียนในพุทธศาสตร์วิทยาคมชั้นสูง รอบรู้ตำรับพิชัยสงคราม และศาสตร์อื่นๆ อีกนานาประการ วัดสาลีโขในยุคแรกที่หลวงปู่เผือกปกครองวัด เป็นยุคที่เจริญที่สุด มีพระภิกษุสามเณร และลูกศิษย์ลูกหามากมาย กิตติศัพท์ของหลวงปู่เผือกก็เป็นที่กล่าวขวัญกันมากขึ้น มีชาวบ้านมาผากตัวเป็นลูกศิษย์กันมาก ส่วนมากก็จะมาขอเครื่องรางของขลัง บ้างก็มาขอให้หลวงปู่เผือกลงกระหม่อม จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงทราบในเกียรติคุณ จึงทรงพระราชทานสมณศักดิ์แก่หลวงปู่เผือกเป็น พรครูธรรมโกศล ในปี 2399 จนกระทั่งมรณภาพอย่างสงบ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ด้วยโรคชราขณะมีอายุได้ 106 ปี


ประวัติหลวงปู่เผือก นั้นยังมีอีกมากมาย ลองหาอ่านดู จากลิงค์ด้านล่างครับ
www.web-pra.com
นักเลงโบราณ
ศิษย์กวง
http://www.trueamulet.com