Posted on

วัดเจดีย์หอย จ.ปทุมธานี


ที่ตั้ง : เลขที่ 73 หมู่ 4 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
เบอร์โทรศัพท์ 0-2599-3057, 0-2599-3963, 0-2599-4247, 0-2581-82


อีกหนึ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือเปลือกหอยมือเสือยักษ์ความกว้างเป็นเมตรที่หลวงพ่อทองกลึงนำมาจากจังหวัดระนอง และฆ้องสองใบ ท่านสั่งทำมาเพื่อตีบอกเวลาเรียกประชุม ในเวลาต่อมาฆ้องทั้งสองใบไม่ต้องใช้ไม้ตี ใช้มือลูบก็ดัง ฆ้องนี้จึงได้ชื่อว่าฆ้องอธิษฐาน คนที่มาเที่ยววัดเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ บางคนลูบแล้วดัง บางคนก็ไม่ดัง


เปลือกหอยนางรมยักษ์ที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นดินและมีอายุนับพัน ๆ ปีจำนวนมหาศาลที่ถูกนำมาสร้างเป็นเจดีย์ คือที่มาของชื่อวัดเจดีย์หอย ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 โดยท่านพระครูสุนทร คุณธาดา หรือหลวงพ่อทองกลึง สุนทโรโดยหลังจากที่ได้ธุดงค์ที่ประเทศพม่าและพบกับพระอาจารย์ศิลบันตะเป็นเวลาหนึ่งพรรษา ท่านได้ศึกษาวิชาอาคมจนแตกฉานจึงธุดงค์กลับมาที่ถ้ำโอ่งจุก อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ที่นั้นเองท่านได้เกิดนิมิตเห็นว่าสถานที่ตั้งของวัดเจดีย์หอยในปัจจุบัน เมื่อ 8 ล้านปีเป็นเมืองใหญ่ชื่อเมืองรัตนาวดี โดยมีท่านเป็นเจ้าเมืองครองเมือง ท่านจึงตัดสินใจเดินทางตามนิมิตจนพบและตั้งใจสร้างพื้นดินแห่งนี้ให้เป็นบริเวณอารามวัด ในขณะที่กำลังขุดบึงบ่อเพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำไว้สำหรับรดพืชสมุนไพรได้เจอกับซากหอยโบราณจำนวนมากมายเกินประมาณ จึงนำมาสร้างเป็นเจดีย์ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าและเจดีย์องค์ใหญ่ในวัด จนได้รับความสนใจจากผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมพระพุทธรูป ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น หอยมือเสือยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหลวงพ่อทองกลึงได้นำมาจากจังหวัดระนอง ฆ้องอธิษฐานแค่ลูบก็ส่งเสียงดังกังวาน ตุ่มสามโคก ถ้วยชามดินเผา ไม้แกะสลัก เครื่องคิดเลข เป็นต้น อีกทั้งมีสวนสมุนไพร บ่อเลี้ยงเต่า บ่อปลาที่ทุกคนสามารถให้อาหารและมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทุกวัน

พระมหาเจดีย์หอยอายุ 8 ล้านปี

พระมหาเจดีย์หอยสร้างจากเปลือกหอยนางรมยักษ์ที่มีอายุราว 8 ล้านปีกองรวมกันก่อเป็นรูปเจดีย์ทรงระฆัง พระมหาเจดีย์หอยถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีหนึ่งเดียวประเทศ จากการศึกษาทางด้านธรณีวิทยาพบว่าส่วนของกรุงเทพฯและปริมณฑลต่างเคยเป็นทะเลมาก่อน และบริเวณนี้มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์หอยนางรม (Oyster fossils) รวมถึงที่อื่นๆในบริเวณเดียวกัน การสร้างเจดีย์หอยสามารถดึงจิตศรัทธาของประชาชนเข้าวัด เจดีย์หอยมีอยู่ด้วยกันสององค์ องค์แรกมีขนาดเล็กตั้งอยู่หน้าทางเข้าวัด อีกองค์ได้ทรุดโทรมไปจากการเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554 จึงมีการก่อสร้างใหม่ ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะก่อสร้าง ซึ่งเมื่อเสร็จเจดีย์องค์ใหม่นี้จะมีความสูงถึง 59 เมตรประชาชนสามารถร่วมจารึกชื่อในการสร้างพระมหาเจดีย์หอยได้โดยการเขียนลงไปที่ฝาหอยนางรม สามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา


ชมสระที่ขุดพบเปลือยหอยฟอสซิลโบราณ

ที่สระน้ำใหย๋ภายในวัดเจดีย์หอยคือพื้นที่ที่พบเจอซากฟอสซิลของหอยนางรมยักษ์จำนวนมากมาย มีการใช้รถแมคโครขุดลึกลงไปถึงความลึกระดับประมาณ 6-8 เมตร (บ้างก็ว่า 18 เมตร) ตามข้อมูลการค้นพบสถานที่แห่งนี้ ครั้งเมื่อพระอาจารย์ทองกลึง สุนทโร เมื่ออกธุดงค์ได้เกิดนิมิตระหว่างทาง ให้ท่านไปหาที่สร้างวัดใหม่ขึ้นที่เขตอำเภอลาดหลุมแก้ว สถานที่แห่งนี้มีขุมทรัพย์ แต่ไม่ทราบแน่ชัดถึงสถานที่ ท่านจึงได้เดินทางมาในลักษณะธุดงค์ซึ่งสมัยก่อนกันดารเป็นอย่งมาก ได้พบกับคุณเฉลิมผู้กว้างขวางและได้ติดต่อซื้อที่แห่งนี้ ขณะที่ลงมือปรับสถานที่เพื่อปลูกพืชสมุนไพร เมื่อขุดดินได้สัก 3 วา ก็พบเปลือกหอยขนาดใหญ่จำนวนมากมาย ปัจจุบันก็ยังมีซากหอยฟอสซิลนี้อยู่ในสระแต่ยุติการขุดแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จทอดพระเนตรการขุดซากหอยนางรมยักษ์เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2538 ทางวัดจึงยกเลิกการขุดนับแต่บัดนั้นเพื่อเป็นมงคล ปัจจุบันทางวัดเจดีย์หอยได้ทำทางเดินไปยังศาลากลางน้ำ มีบ่อเต่า บ่อเลี้ยงปลาสวาย ให้ประชาชนทั่วไปมาให้อาหารเลี้ยงได้

คุณบุญมี จงสอน ประชาสัมพันธ์วัด ได้พาเดินชมพิพิธภัณฑ์ เราจะเห็นสิ่งของมากมายเต็มไปหมด มีทั้งของแปลก ของเก่า ของหายาก ของศักดิ์สิทธิ์ พิพิธภัณฑ์วัดเจดีย์หอย เกิดมาจากผู้คนนำสิ่งของมาบริจาคให้กับวัด การจัดซื้อจัดหาของวัดและมีคนนำมาขาย ในศาลาพิพิธภัณฑ์จะวางสิ่งของกองไว้


โดยพยายามจัดสิ่งของกลุ่มเดียวกันไว้ด้วยกัน มีโอ่งที่มีรอยเปลือกหอยเกาะ ถ้วยชามดินเผา ตุ่มสามโคก หม้อ ไห สิ่งของเครื่องใช้พื้นบ้าน พายสมัยสุโขทัย แผงไม้แกะสลัก เปลือกหอยชนิดต่างๆ ใบเสมาของวัด กระดูกช้าง เชือกปะกำคล้องช้าง ส่วนของชิ้นเล็กอย่างลูกปัดโบราณ กำไล เครื่องมือสำริด เหรียญ ช้อนส้อมทองเหลือง ทัพพี อยู่ในตู้กระจก

นอกจากนี้ในวัดยังได้เก็บรากไม้ของต้นไม้ขนาดใหญ่ พระพุทธรูปอีกเป็นจำนวนมาก โต๊ะไม้แกะสลัก ไม้กลายเป็นหิน โม่หิน และอื่นๆอีกมากมาย


ใกล้กับศาลาพิพิธภัณฑ์ที่เห็นเป็นควันลอยขึ้นมา มีห้องอบสมุนไพร ด้านนอกมีคุณลุงกำลังขะมักเขม้นใส่ฟืนเข้าไปในเตาไอน้ำขนาดใหญ่ เดินเข้าไปใกล้สัมผัสกับไอร้อนและได้ยินเสียงปะทุของเตาถ่าน ที่นี่ได้รับความนิยม ดูจากผู้คนจำนวนมากมาใช้บริการ ชุดอบสมุนไพรผู้หญิงสวมผ้าซิ่นกระโจมอก ห้องอบสมุนไพรนี้วัดทำมา 13 ปีแล้ว สรรพคุณคือ รักษาอาการปวดเมื่อย ภูมิแพ้ ครั่นเนื้อครั่นตัว สมองไม่ปลอดโปร่ง สมุนไพรหลักที่ใช้ได้แก่ มะกรูด ตะไคร้ ไพล ขมิ้น ตรงผนังห้องอบเขียนข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ ข้อห้ามของการเข้าอบสมุนไพรได้แก่ ผู้หญิงมีครรภ์ เป็นโรคความดัน(รุนแรง) เป็นไข้หวัด(รุนแรง) เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เป็นโรคผิวหนังร้ายแรง คุณผู้หญิงมีรอบเดือน เป็นโรคหัวใจ(รุนแรง) เพราะจะก่อให้เกิดอันตรายกับสุขภาพ ส่วนของสมุนไพรในปี๊บมีเขียนไว้ว่า ยาต้ม ยาดอง ยาเลือด พร้อมยาอบตัว ติดต่อได้ที่ลุงฉ่ำ อีกศาลาใกล้กันเป็นศาลานวดจับเส้น เคล็ด-ขัด-ยอก แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย

อีกสถานที่หนึ่ง ที่คนนิยมมาก คือการรดน้ำมนต์ เสริมศิริมงคล
อ้างอิง
https://thai.tourismthailand.org/
http://watpathumthani.org/?p=1074
http://www.zthailand.com/place/wat-chedi-hoi-pathumthani/
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ข้อมูลภาพทั้งหมดของเว็บ http://laikram.com